ดูไดโนเสาร์จำลองอย่างไรให้ได้ความรู้
ไปสวนไดโนเสาร์หรือพิพิธภัณฑ์ครั้งหน้า ลองดู 6 จุดนี้ แล้วคุณจะบอกได้ว่าแบบจำลองตัวไหนตรงกับความรู้ล่าสุด ตัวไหนยังเป็นภาพแบบเก่า และตัวไหนไม่ใช่ไดโนเสาร์เลย
แบบจำลองคือการตีความ ไม่ใช่ภาพถ่าย
ไม่มีใครเคยเห็นไดโนเสาร์ที่ยังมีชีวิต แบบจำลองทุกตัวจึงสร้างจากโครงกระดูกที่พบ บวกกับการคาดเดาส่วนที่ไม่เหลือเป็นฟอสซิล เช่น กล้ามเนื้อ ผิวหนัง และสี ยิ่งความรู้เปลี่ยนไป หน้าตาของไดโนเสาร์ในแบบจำลองก็เปลี่ยนตาม
ตัวอย่างที่ดังที่สุดคือไดโนเสาร์ที่คริสตัลพาเลซในกรุงลอนดอน ซึ่งเปิดให้ชมในปี ค.ศ. 1854 ปั้นโดยเบนจามิน วอเตอร์เฮาส์ ฮอว์กินส์ (Benjamin Waterhouse Hawkins) ภายใต้คำแนะนำของริชาร์ด โอเวน (Richard Owen) อิกัวโนดอนในชุดนี้มีเขาบนจมูก ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นกระดูกนิ้วโป้ง ส่วนเมกาโลซอรัสถูกปั้นให้เดินสี่ขา ทั้งที่ปัจจุบันเรารู้ว่ามันเดินสองขา แบบจำลองชุดนี้ยังตั้งอยู่จนถึงวันนี้ และกลายเป็นบทเรียนว่าวิทยาศาสตร์เปลี่ยนได้เสมอ[1][2]
แบบจำลองที่ "ผิด" จึงไม่ได้แย่เสมอไป หลายตัวสร้างตามความรู้ในยุคนั้น สิ่งที่สนุกคือการดูว่าแต่ละตัวตรงกับความรู้ล่าสุดแค่ไหน ด้วยจุดสังเกตง่ายๆ ต่อไปนี้
จุดที่ 1: หางลอยหรือลากพื้น
ในศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 นักวิทยาศาสตร์มักวาดไดโนเสาร์กินเนื้ออย่างทีเร็กซ์ให้ยืนตัวตรงเหมือนจิงโจ้ และใช้หางวางพื้นช่วยค้ำตัว แต่ตั้งแต่ราวทศวรรษ 1970 งานวิจัยด้านชีวกลศาสตร์ชี้ว่า ไดโนเสาร์ที่เดินสองขาถือลำตัวขนานกับพื้น และยกหางไว้กลางอากาศเพื่อถ่วงน้ำหนักกับหัว[3]
ถ้าเห็นแบบจำลองที่ยืนตัวตั้งและหางกองอยู่บนพื้น แปลว่าเป็นภาพแบบเก่า รอยเท้าไดโนเสาร์ก็สนับสนุนเรื่องนี้ เพราะแทบไม่พบรอยหางลากเลย อ่านเพิ่มได้ในบทความเรื่องรอยเท้าไดโนเสาร์ของเว็บไซต์นี้
จุดที่ 2: มือคว่ำหรือมือหันเข้าหากัน
ไดโนเสาร์กินเนื้อในกลุ่มเทอโรพอดคว่ำมือไม่ได้ เพราะกระดูกแขนท่อนล่างสองชิ้นล็อกกันอยู่ จึงบิดแขนให้ฝ่ามือหันลงพื้นไม่ได้เหมือนมนุษย์[3]
ท่าที่ถูกต้องคือฝ่ามือหันเข้าหากัน คล้ายกำลังจะปรบมือ ถ้าเห็นแรปเตอร์หรือทีเร็กซ์ที่ห้อยมือคว่ำลงเหมือนกระต่ายหรือสุนัขขออาหาร นั่นคือจุดที่แบบจำลองยังไม่ตรงกับหลักฐาน[3]
จุดที่ 3: มีขนหรือมีเกล็ด
ปัจจุบันเรารู้ว่าเทอโรพอดหลายชนิดมีขน ในปี ค.ศ. 2007 นักวิทยาศาสตร์พบปุ่มยึดโคนขนบนกระดูกแขนของเวโลซีแรปเตอร์ แบบเดียวกับที่พบในนก แรปเตอร์ที่ถูกต้องจึงควรมีขนบนแขนคล้ายปีก[4]
ไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ก็มีขนได้ ยูไทรันนัส (Yutyrannus) ญาติของทีเร็กซ์จากจีนที่ยาวราว 9 เมตร มีฟอสซิลที่เห็นขนเส้นยาวชัดเจน รายงานในปี ค.ศ. 2012[5]
แต่ไม่ใช่ทุกตัวจะมีขนเต็มตัว รอยผิวหนังของทีเร็กซ์ที่พบบริเวณคอ สะโพก และหาง เป็นเกล็ดเล็กๆ ตามรายงานปี ค.ศ. 2017 ทีเร็กซ์ตัวเต็มวัยที่มีเกล็ดเป็นส่วนใหญ่จึงเป็นภาพที่มีหลักฐานรองรับ[6]
จุดที่ 4: ปากและฟัน
ฟันบอกได้ว่าไดโนเสาร์กินอะไร เทอโรพอดกินเนื้อมีฟันแบนคล้ายใบมีด โค้งไปด้านหลังและมีรอยหยักคล้ายมีดเลื่อย ส่วนไดโนเสาร์กินพืชมีฟันรูปร่างต่างออกไป เช่น ฟันรูปหมุดหรือรูปช้อน
ไดโนเสาร์กลุ่มออร์นิทิสเชียน เช่น ไทรเซราทอปส์ สเตโกซอรัส และอิกัวโนดอน มีจะงอยปากที่ไม่มีฟันอยู่ด้านหน้า ถ้าแบบจำลองของไดโนเสาร์กลุ่มนี้มีฟันเรียงยาวถึงปลายปาก แปลว่าผู้สร้างพลาดจุดนี้[7]
จุดที่ 5: ตัวนี้อยู่ยุคไหน และตัวใหญ่แค่ไหน
สวนไดโนเสาร์มักวางไดโนเสาร์ต่างยุคไว้ด้วยกัน แต่ในความจริงหลายตัวไม่เคยพบกัน สเตโกซอรัสมีชีวิตในยุคจูแรสซิกตอนปลาย ราว 155–145 ล้านปีก่อน ส่วนทีเร็กซ์มีชีวิตราว 68–66 ล้านปีก่อน ห่างกันกว่า 80 ล้านปี[8]
ลองจดชื่อไดโนเสาร์ที่เห็นแล้วมาดูในหน้าไทม์ไลน์และหน้าเทียบขนาดของเว็บไซต์นี้ จะรู้ว่าตัวไหนอยู่ร่วมยุคกันจริง และแบบจำลองมีขนาดเท่าของจริงหรือไม่
จุดที่ 6: ตัวนี้เป็นไดโนเสาร์จริงไหม
สวนไดโนเสาร์หลายแห่งมีสัตว์โบราณที่ไม่ใช่ไดโนเสาร์ปะปนอยู่ด้วย เช่น เทอโรซอร์ที่บินได้ ซึ่งเป็นสัตว์เลื้อยคลานคนละกลุ่ม สัตว์เลื้อยคลานทะเลอย่างเพลซิโอซอร์และโมซาซอร์ ไดเมโทรดอนที่มีใบเรือบนหลัง ซึ่งจริงๆ แล้วใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากกว่าไดโนเสาร์ และแมมมอธซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม[9][10]
สัตว์เหล่านี้น่าสนใจไม่แพ้ไดโนเสาร์ แต่ถ้าป้ายเรียกมันว่าไดโนเสาร์ ก็เป็นจุดที่ไม่ถูกต้อง อ่านเพิ่มได้ในบทความ "สัตว์ที่หลายคนคิดว่าเป็นไดโนเสาร์ แต่ไม่ใช่" และหมวดสัตว์ดึกดำบรรพ์อื่นๆ ของเว็บไซต์นี้
สำรวจต่อ
แหล่งอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม
- [1]Wikipedia: Crystal Palace Dinosaurs
- [2]Wikipedia: Megalosaurus
- [3]Wikipedia: Theropoda (posture and forelimbs)
- [4]Turner, A. H., Makovicky, P. J. & Norell, M. A. (2007). Feather quill knobs in the dinosaur Velociraptor. Science 317, 1721.
- [5]Xu, X. et al. (2012). A gigantic feathered dinosaur from the Lower Cretaceous of China. Nature 484, 92–95.
- [6]Bell, P. R. et al. (2017). Tyrannosauroid integument reveals conflicting patterns of gigantism and feather evolution. Biology Letters 13, 20170092.
- [7]Wikipedia: Ornithischia
- [8]Paleobiology Database: age range of each genus (the data this site uses)
- [9]Wikipedia: Pterosaur
- [10]Wikipedia: Dimetrodon
บทความอื่น
- รอยเท้าไดโนเสาร์เกิดขึ้นได้อย่างไร
- ทำไมเรียกว่า "ฟอสซิลไดโนเสาร์" ไม่เรียกว่า "กระดูกไดโนเสาร์"
- รู้ได้อย่างไรว่าไดโนเสาร์มีอายุกี่ล้านปี
- ฟอสซิลไดโนเสาร์ตัวแรกของโลก (และของไทย)
- ไดโนเสาร์ได้ชื่อมาอย่างไร
- ไดโนเสาร์ไทยมีกี่ชนิด และพบที่ไหนบ้าง
- นกคือไดโนเสาร์จริงหรือ
- วันที่ไดโนเสาร์หายไป
- สัตว์ที่หลายคนคิดว่าเป็นไดโนเสาร์ แต่ไม่ใช่
- จูแรสซิก พาร์ค: เรื่องจริงแค่ไหน
- รู้ได้อย่างไรว่าไดโนเสาร์มีสีอะไร
- ไข่และลูกไดโนเสาร์
- ไดโนเสาร์คอยาวตัวใหญ่ได้อย่างไร
- หุบเขาไดโนเสาร์ สวนนงนุช: ดูอะไรดี

