ข้ามไปยังเนื้อหา
สารานุกรมไดโนเสาร์

รอยเท้าไดโนเสาร์เกิดขึ้นได้อย่างไร

รอยเท้าที่ไดโนเสาร์เหยียบไว้บนโคลนเมื่อร้อยล้านปีก่อนกลายเป็นหินได้อย่างไร และรอยเท้าบอกอะไรเราได้บ้างที่กระดูกบอกไม่ได้

จากโคลนสู่หิน

รอยเท้าไดโนเสาร์ส่วนใหญ่เกิดบนพื้นที่ชื้นแต่ไม่เหลวเกินไป เช่น ริมแม่น้ำ ริมทะเลสาบ หรือชายหาด ถ้าโคลนเหลวเกินไป รอยจะยุบหายไป ถ้าแห้งแข็งเกินไป เท้าก็จะไม่ทิ้งรอยไว้ รอยที่คมชัดจึงเกิดได้เฉพาะในสภาพที่ "พอดี" เท่านั้น[1][3]

หลังจากไดโนเสาร์เดินผ่าน รอยเท้าต้องถูกแดดเผาจนผิวหน้าแข็งตัวพอสมควร แล้วถูกตะกอนชนิดใหม่ เช่น ทรายหรือโคลนที่พัดมากับน้ำ ทับถมอย่างนุ่มนวลโดยไม่ทำลายรอยเดิม จากนั้นตะกอนชั้นแล้วชั้นเล่าก็ทับถมลงมา น้ำหนักและแร่ธาตุที่ซึมผ่านค่อยๆ อัดตะกอนให้แข็งตัวกลายเป็นหินในเวลาหลายล้านปี[1][3]

เมื่อเปลือกโลกยกตัวและการกัดเซาะค่อยๆ ลอกชั้นหินด้านบนออก รอยเท้าที่ซ่อนอยู่ระหว่างชั้นหินก็กลับมาปรากฏให้เห็นอีกครั้ง[3]

ภาพตัดขวางของชั้นดิน: รอยเท้าจะกลายเป็นฟอสซิลได้ ต้องผ่านทั้งสี่ขั้นตอนนี้ครบ

รอยเท้าจริง รอยใต้ผิว และรอยหล่อ

รอยที่เห็นบนลานหินไม่ได้เป็นรอยเท้าจริงเสมอไป บางครั้งเป็น "รอยใต้ผิว" (undertrack) ที่แรงกดของเท้าส่งลงไปถึงชั้นตะกอนด้านล่าง รอยแบบนี้มักใหญ่กว่าและเบลอกว่ารอยจริง[1]

บางครั้งตะกอนที่ทับลงมาก็เติมเต็มรอยเท้าจนเกิดเป็น "รอยหล่อธรรมชาติ" (natural cast) ซึ่งนูนขึ้นมาจากผิวหิน เหมือนแม่พิมพ์กลับด้านของเท้าไดโนเสาร์[1]

รอยเท้าบอกอะไรเราได้

รอยเท้าเป็น "ซากดึกดำบรรพ์ร่องรอย" (trace fossil) ที่บันทึกพฤติกรรมของสัตว์ที่ยังมีชีวิตอยู่ ต่างจากกระดูกที่บอกเพียงรูปร่างหลังสัตว์ตายแล้ว[2]

จากความยาวของรอยเท้าและระยะก้าว นักวิทยาศาสตร์ประมาณความสูงของสะโพกและความเร็วในการเดินได้ ด้วยสูตรที่พัฒนาจากการศึกษาสัตว์ปัจจุบัน รอยเท้าหลายแนวที่ขนานกันยังบ่งบอกว่าไดโนเสาร์บางชนิดอาจเดินเป็นฝูง และรอยเท้าส่วนใหญ่ที่แทบไม่มีรอยหางลากเลย ก็ช่วยยืนยันว่าไดโนเสาร์ยกหางพ้นพื้นขณะเดิน[1]

ข้อจำกัดของรอยเท้าคือ เรามักบอกไม่ได้แน่ชัดว่าเจ้าของรอยเป็นไดโนเสาร์สกุลไหน นักวิทยาศาสตร์จึงตั้งชื่อรอยเท้าแยกจากชื่อไดโนเสาร์ เรียกว่าชื่อ "อิกโนแทกซอน" (ichnotaxon)[4]

รอยเท้าไดโนเสาร์ในประเทศไทย

หินทรายของกลุ่มหินโคราชในภาคอีสานมีรอยเท้าไดโนเสาร์หลายแหล่ง ทั้งรอยเท้าไดโนเสาร์กินเนื้อสามนิ้ว และรอยเท้าไดโนเสาร์กินพืช หลายแห่งเปิดให้ชมในอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เช่น ภูหลวง จังหวัดเลย[5]

ถ้าไปชมรอยเท้า ห้ามเดินเหยียบหรือเทน้ำลงบนรอยเพื่อถ่ายรูป เพราะหินทรายผุกร่อนได้ง่าย และรอยที่อยู่มานับร้อยล้านปีอาจเสียหายภายในไม่กี่ปี

แหล่งอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม

  1. [1]Wikipedia: Fossil trackway
  2. [2]Wikipedia: Trace fossil
  3. [3]Natural History Museum (UK): How do fossils form?
  4. [4]Wikipedia: Ichnotaxon
  5. [5]Wikipedia: Phu Luang Wildlife Sanctuary

บทความอื่น

ข่าวสารไดโนเสาร์

ดูข่าวสารทั้งหมด →
  • ข่าวทั่วไป

· ไทยรัฐ

ฟอสซิล "นาโนไทแรนนัส" ถูกประมูลขาย 47.3 ล้านดอลลาร์ ราว 1.6 พันล้านบาท

โครงกระดูก "โจดี" สูงราว 3 เมตร หนึ่งในสามโครงของสายพันธุ์นี้ที่พบในโลก ถูกประมูลที่ Sotheby's นิวยอร์ก นักวิทยาศาสตร์กังวลว่าอาจไปอยู่ในคอลเลกชันส่วนตัวแทนพิพิธภัณฑ์

  • ชนิดใหม่
  • งานวิจัย

· EurekAlert! (Stony Brook University)

พบ "อินเฟอร์โนกัลลัส" ไก่นรกแห่งเฮลครีก ไดโนเสาร์ตัวแรกที่กินผลไม้เป็นหลัก

โอวิแรปเตอโรซอร์ขนาดเท่าไก่งวง หนักราว 12 กก. จากชั้นหินเฮลครีกในสหรัฐฯ มีกระดูกเพดานปากและกล้ามเนื้อขากรรไกรที่บดอาหารนิ่มแบบเคี้ยวไปด้านข้าง เผยแพร่ใน Nature Communications

  • ชนิดใหม่

· Natural History Museum

"พาลูโดฮาโดรส" อิกัวโนดอนต์ชนิดใหม่ของอังกฤษ ซ่อนอยู่ในคลังพิพิธภัณฑ์ 25 ปี

ฟอสซิลที่ขุดได้จากโรงงานอิฐในเซอร์รีย์เมื่อปี 2001 ถูกวิเคราะห์ใหม่จนพบว่าเป็นไดโนเสาร์กินพืชสกุลใหม่ ยาวราว 5 เมตร อายุประมาณ 125 ล้านปี ตั้งชื่อตามผู้จัดการเหมืองผู้ล่วงลับ